วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2562

ชมวิวเมืองโอซาก้าจากมุมสูงบนสวนลอยฟ้าที่ Umeda Sky Building!

ชมวิวเมืองโอซาก้าจากมุมสูงบนสวนลอยฟ้าที่ Umeda Sky Building!

(ขออนุญาตนำบทความจากเว็บไซต์ Matcha-JP.com มาให้ความรู้นะครับ)

             ตึกสูงและหอคอยสูงที่ตั้งอยู่ในเมืองนั้นถือเป็นจุดที่สามารถชมบรรยากาศเมืองได้ทั่วถึง

             บทความนี้เราจะขอแนะนำ "ตึกอุเมดะ สกาย บิลดิ้ง (Umeda Sky Building)" ที่ไม่ได้เป็นแค่จุดชมวิวสำหรับมองเมืองโอซาก้าไปจนสุดสายตาแล้ว แต่ยังเป็นอาคารที่ได้รับความสนใจจากทั่วทั้งโลกด้วย และชั้นบนสุดของอาคารนี้มีจุดชมวิวอันมีชื่อเก๋ๆ ว่า "สวนลอยฟ้า (KUCHU TEIEN OBSERVATORY)" อยู่อีกด้วยนะ

             จะเป็นอย่างไร มาชมกันเลย!

มารู้จักกับ Umeda Sky Building



             ตึก Umeda Sky Building เป็นอาคารสูงที่สร้างขึ้นในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1993 มีจำนวนชั้นบนดินทั้งหมด 40 ชั้นและชั้นใต้ดินจำนวน 2 ชั้น รวมความสูงทั้งหมด 173 เมตร เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงโด่งดังขนาดเคยได้รับตีพิมพ์ลงหนังสือที่มีชื่อเสียงในประเทศอังกฤษอย่าง "THE TIMES" ในฐานะ 1 ใน "20 ตึกที่มีชื่อเสียงของโลก"

             โดยตัวตึกแล้วแบ่งออกเป็นตึกแฝด 2 ฝั่ง คือ Tower East (ตึกตะวันออก)และ Tower West (ตึกตะวันตก) และส่วนด้านบนจะเป็นทางเชื่อมระหว่าง 2 ตึกที่สร้างเป็นสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่รูปวงกลม

ลองไปชมสวนลอยฟ้า (KUCHU TEIEN OBSERVATORY) กันเลย!



             จากสวนลอยฟ้านี้เราจะสามารถชมวิวทิวทัศน์ของตัวเมืองโอซาก้าที่คึกคักโดยมีอุเมดะเป็นศูนย์กลาง
             ว่าแล้วก็อย่ารอช้า! เรามาขึ้นอาคารกันไปจนถึงสวนลอยฟ้ากันเลยดีกว่า


             เริ่มแรกเลย เราต้องขึ้นลิฟท์ที่สามารถชมวิวรอบๆ ได้ทั้ง 360 องศาจากชั้น 3 ไปจนถึงชั้นที่ 35 กันก่อนค่ะ พอลิฟท์ค่อยๆ เคลื่อนตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ตึกรามต่างๆ ที่เราเห็นก็ค่อยๆ เล็กลงไปถนัดตาเลย


             พอถึงชั้นที่ 35 แล้ว เราจะต้องเปลี่ยนไปขึ้นลิฟท์ทรงยาวเป็นท่อที่ติดกระจกมองเห็นวิวด้านนอกได้ไปจนถึงชั้น 39 ซึ่งเป็นทางเข้าสวนลอยฟ้า ตั้งแต่ด้านล่างจนมาถึงความสูงชั้น 39 นี้ สามารถขึ้นมาได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

             ที่ชั้น 39 เราก็ไปที่ซื้อตั๋วกัน โดยราคาตั๋วจะอยู่ที่ ผู้ใหญ่ 1,500 เยน และเด็ก 4 ขวบจนถึงนักเรียนประถม 700 เยน ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 4 ขวบเข้าชมฟรี


             คราวนี้เราจะมาถึงชั้นที่ 40 กันแล้ว ชั้นนี้มีการออกแบบเตรียมการให้เราสามารถชมบรรยากาศและทิวทัศน์ได้ไว้หลายอย่าง


             อย่างเช่น เก้าอี้สูงตัวนี้ ติดตั้งมาเพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถชมวิวอุเมดะตอนกลางวันก็ได้ หรือจะนั่งในมุมสูง ค่อยๆ ชมวิวตอนกลางแสนคืนแสนสวยส่องประกายระยิบระยับถึงขนาดได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน "100 วิวตอนกลางคืนเลยทีเดียว แต่เพราะอย่างนั้น เก้าอี้ตัวนี้มักจะแน่นไปด้วยผู้คนตั้งแต่ช่วงเย็น ใครจะไปก็ต้องระวังหน่อยนะ



             ส่วนบริเวณติดกับหน้าต่าง ยังมีเคาร์เตอร์กระจกยาว 35 เมตรและเก้าอี้ตัวสูงไว้ให้นั่งชมวิวอุเมดะกันอย่างเต็มอิ่มอีกด้วย จากตรงนี้เราสามารถเห็นรถไฟสายฮังคิวที่เป็นพาหนะคู่ใจของคนโอซาก้าได้ด้วย ขอแนะนำสำหรับคนที่ชื่นชอบรถไฟเป็นพิเศษเลย


             ที่นี่มีทั้งกาแฟและน้ำผลไม้ให้บริการ และแน่นอนว่าต้องมีเบียร์ดังจากทั่วโลก! ด้วยบรรยากาศแสนสบายขนาดนี้ ทำให้มีคนจำนวนมากใช้ที่ตรงนี้เป็นที่พักผ่อน นั่งชมบรรยากาศจิบเครื่องดื่มไปพลาง



             ส่วนจุดในรูปนี้เป็นส่วนที่เปิดโล่ง ชมวิวได้ถึง 360 องศา เรียกว่า "Sky Walk" ถือว่าเป็นเรื่องที่พิเศษมากสำหรับตึกสูงขนาดนี้ที่มีพื้นที่เปิดโล่งให้ได้ออกไปสูดอากาศและสัมผัสสายลมด้านนอกได้ แถมยังได้ชมวิวทิวทัศน์ที่งดงามไปพร้อมๆ กัน



ตอนกลางวันเราจะได้ชมภาพแบบนี้กัน



             พอพระอาทิตย์เริ่มตกดิน บรรยากาศโดยรอบเมืองก็เปลี่ยนไป เราสามารถชมพระอาทิตย์ตกที่นี่ได้

มีอย่างอื่นให้เที่ยวชมด้วยนะ



             นอกจากนี้ยังมีส่วนอื่นๆ ให้เราได้ชมกัน เช่น บริเวณที่มีการบอกเล่าเรื่องราวของการได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน "TOP 20 BUILDINGS AROUND THE WORLD" ที่กล่าวไว้ข้างต้น รวมไปถึงการสร้างตึก Umeda Sky Building นี้


             มีข้อความเรื่องการได้รับรางวัลที่ถูกตีพิมพ์ลงในหนังสือ THE TIMES เกี่ยวกับตึกนี้ด้วย


             ตรงนี้เป็นบริเวณของ "รั้วแห่งคำสัญญา" ค่ะ ตรงบริเวณมุมหนึ่งของชั้นดาดฟ้านี้จะมีลวด 5 สีขึงไว้กับรั้ว เราสามารถเขียนชื่อหรือว่าวันครบรอบ ทำเป็น "Heart Lock" กุญแจเพียงชิ้นเดียวในโลกของเรา แล้วนำไปแขวนติดไว้กับลวด มุมนี้เป็นมุมที่ได้รับความนิยมจากคู่รักเป็นอย่างมาก


ไปเที่ยวโอซาก้า อย่าลืม Umeda Sky Building


             เป็นอย่างไรบ้าง สำหรับตึกสูงเสียดฟ้าแห่งนี้ เมืองอุเมดะที่เรามองจากสวนลอยฟ้านั้นมีทั้งเครื่องบินบินผ่านใกล้ๆ และยังมองเห็นรถไฟวิ่งไปมาด้านล่าง ให้เราได้เห็นโฉมหน้าที่แตกต่างไปในทุกๆ วันของโอซาก้าเลย อาคาร Umeda Sky Building ยังมีการงานเทศกาลต่างๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เทศกาลทานาบาตะในเดือนกรกฎาคม เทศกาลคริสมาสต์ หรืองานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ขอบอกว่าไม่ว่าจะมาเที่ยวเมื่อไหร่ ก็มีกิจกรรมให้ได้สนุกเสมอเลย

             ใครที่อยากจะมาชมบรรยากาศของอุเมดะในมุมสูง และมาร่วมงานสนุกต่างๆ แล้วล่ะก็ ต้องไม่พลาดมา Umeda Sky Building นะ!

「วัดโฮเซ็นจิ」นัมบะ สู่ซอยที่เปี่ยมไปด้วยความหลังและบรรยากาศของวัดยามค่ำคืนราวกับความฝัน

「วัดโฮเซ็นจิ」นัมบะ สู่ซอยที่เปี่ยมไปด้วยความหลังและบรรยากาศของวัดยามค่ำคืนราวกับความฝัน

(ขออนุญาตนำบทความจากเว็บไซต์ Matcha-JP.com มาให้ความรู้นะครับ)

             ตะวันใกล้ลับขอบฟ้า กลางคืนเริ่มมาเยือน แต่รู้สึกว่ายังอยากจะเที่ยวต่ออยู่แต่ก็ไม่รู้จะไปไหนดี เพื่อนๆเคยรู้สึกแบบนี้กันบ้างไหมเอ่ย ถ้างั้นลองไปเยี่ยม「วัดโฮเซ็นจิ」ซึ่งอยู่ที่นัมบะจังหวัดโอซาก้าก็เข้าท่าดีนะเพราะเปิดถึงดึกดื่นเลยทีเดียว แสงไฟจากโคมไฟสาดส่องมายังตัววัดราวกับเป็นค่ำคืนที่อยู่ในดินแดนแห่งความฝันที่ไหนสักแห่ง และหลังจากเยี่ยมชมวัดเรียบร้อยแล้ว ลองไปเดินเล่นที่「ซอยโฮเซ็นจิ」กันต่อเลยดีกว่า

             บอกว่าจะไปเดินเล่นที่ซอยโฮเซ็นจิยังไม่ทันขาดคำเลย อาจจะถูกความงามของซอยที่ถูกปูไปด้วยหินดึงดูดไปเรียบร้อยแล้วก็เป็นได้นะ

ความสนุกในแบบของผู้ใหญ่ ลองไปเดินเล่นชิมบรรยากาศในตอนกลางคืนกันดีกว่า


             เดินเข้าไปในซอยเล็กๆจากถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่านบริเวณนัมบะ ก็จะพบกับวัดโฮเซ็นจิ


             ในตอนกลางวันจะมีทั้งนักท่องเที่ยวและผู้คนในท้องถิ่นมาเยี่ยมเยียนในฐานะที่เป็น「วัดที่เป็นศูนย์กลางของเมือง」แห่งนี้ แต่ถ้ามาในตอนกลางคืนก็ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่แตกต่างไปจากตอนกลางวันอย่างสิ้นเชิงได้อีกด้วย



             วัดที่สามารถมาสักการะได้ในตอนกลางคืนและตลอดปี ทั่วประเทศญี่ปุ่นนั้นมีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น แสงไฟจากโคมไฟสาดส่องมายังตัววัดราวกับเป็นค่ำคืนที่อยู่ในดินแดนแห่งความฝันที่ไหนสักแห่ง

             ทำให้ช่วยระลึกถึงความหลังราวกับอยู่ในงานเทศกาลฤดูร้อนในช่วงวัยเด็กเลยทีเดียว แขกที่เพิ่งเสร็จจากการดื่มเหล้าที่ร้านในบริเวณแถวนี้ต่างก็ต้องแวะไปสักการะที่วัดเสมอๆด้วยเช่นกัน ราวกับถูกดึงดูดด้วยบรรยากาศพิเศษอะไรบางอย่าง


「วัดโฮเซ็นจิ」ที่ถูกคุ้มครองโดยรูปปั้นฟุโดเมียวโอที่มีรูปร่างอันสง่างามโดดเด่น


             วัดโฮเซ็นจิ ยังถูกเรียกในอีกชื่อว่า「มึซึคาเคะฟุโด」อีกด้วย โดยมีที่มาจากรูปร่างของรูปปั้นฟุโดเมียวโอที่ประดิษฐานอยู่ในวัด ซึ่งในอดีตผู้ที่มาสักการะจะนำน้ำมาเป็นของเซ่นไหว้เหมือนกับวัดอื่นๆ และได้มีการสาดน้ำใส่รูปปั้นฟุโดเมียวโอซึ่งใครเป็นคนริเริ่มและเริ่มเมื่อไหร่นั้นมิอาจทราบได้จากนั้นผู้ที่มาสักการะจึงได้ปฏิบัติตามต่อๆกันมาและนี่คือเรื่องราวที่มาของชื่อวัดนั่นเอง


             ดังนั้นรูปปั้นฟุโดเมียวโอจึงได้มีสภาพเป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน เป็นผลมาจากการที่ถูกสาดน้ำใส่พร้อมๆกับคำอธิษฐานของผู้คนที่มาสักการะอย่างมากมาย ทำให้มีมอสสีเขียวปกคลุมอยู่ทั่วรูปปั้นนั่นเอง

             แม้แต่ในช่วงกลางคืนก็ยังมีผู้คนแวะเวียนกันมาสักการะ เพราะเชื่อกันว่าความดีงามและผลประโยชน์ทั้งหลายที่มีอยู่ใน「น้ำ」นั้นจะย้ายไปสู่คำอธิษฐานทั้งหมดและยังเชื่อกันว่าจะส่งผลดีต่อ「มิซึโชไบ」(กิจการร้านเหล้า สถานเริงรมย์ และแหล่งบันเทิงต่างๆ ) ช่วยให้กิจการค้าขายเจริญรุ่งเรืองอีกด้วย

             ※กลางดึกจะค่อนข้างเปลี่ยวและอันตรายพอสมควร ถ้าจะมาแนะนำให้มาในช่วงหัวค่ำหรือช่วงที่ยังไม่ดึกจนเกินไปนักจะเหมาะกว่า

เดินเล่นเรื่อยเปื่อยในซอยที่ปูทางเดินด้วยหิน


             ใกล้ๆกับวัดจะมี「ซอยโฮเซ็นจิ」ที่มีร้านกินดื่มสไตล์ญี่ปุ่นตั้งอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นบาร์ ร้านโอโคโนมิยากิ ร้านเหล้าต่างๆทำให้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศแนวย้อนยุคของญี่ปุ่นแท้ๆอีกด้วย

             ในอดีตภายในบริเวณวัดโฮเซ็นจิเคยเป็นที่ตั้งของร้านแผงลอยต่างๆ จากนั้นได้มีการขยายตัวออกไปจนกลายเป็นซอยที่เต็มไปด้วยร้านเหล้ามากมายและรวมถึงร้านค้าเก่าแก่ที่ได้มีการปรับปรุงใหม่อีกด้วย ทำให้สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเก่าๆอันแสนสงบสุขในอดีตอีกด้วยเช่นกัน


             นอกจากร้านค้าเก่าแก่แล้วก็ยังมีร้านที่ดูหรูหราอยู่มากมายเช่นกัน แต่ถ้าเทียบกับร้านอิซากายะและร้านโอโคโนมิยากิแล้ว อย่างหลังดูเหมือนจะเป็นร้านที่ดูเรียบง่ายไม่ว่าใครก็สามารถเข้าได้อย่างสบายๆ จึงทำให้มักจะได้ยินเสียงพูดคุยกันอย่างครึกครื้นพร้อมกับการดื่มเหล้าไปพลางอย่างสนุกสนานจากทั้งพนักงานบริษัทที่แวะหลังจากเลิกงานและรวมถึงจากผู้คนท้องถิ่นอยู่ด้วยเสมอๆ

             และพื้นถนนของซอยนี้ที่ปูด้วยหินทำให้สะท้อนแสงก็สวยงามมากเช่นกัน แค่เดินเล่นชิวๆอย่างเดียวก็รู้สึกเพลินดีเหมือนกันนะ


ลิ้มรสชาติหวานอร่อยกับขนม「เมะโอโตะเซนไซ」


             ซอยโฮเซ็นจิถูกรู้จักกันว่าเป็นซอยที่เปรียบเสมือนกับเวทีของบทเพลงและตำนานต่างๆ เมื่อลองมาเดินแถวนี้จะพบเห็นป้ายและแผ่นหินจารึกต่างๆที่มีการแกะสลักและอธิบายเล่าถึงตำนานต่างๆในอดีตได้ทั่วไป

             และหนึ่งในนั้นมีตำนานที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีคือ「เมะโอโตะเซนไซ」นิยายของ โอดะ ซาคุโนะสึเกะ


             「เมะโอโตะเซนไซ」คือเมนูขึ้นชื่อของร้านเซ็นไซที่อยู่ภายในวัดโฮเซ็นจิจะอร่อยแค่ไหนไปลองชิมพร้อมๆกันเลยดีกว่า


             ร้านนี้เป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดกิจการมาตั้งแต่สมัยเมจิ ในสมัยนั้นใช้ชื่อร้านว่า「โอฟุคุ」โดยทางร้านจะเสิร์ฟขนมเซนไซส่วนสำหรับ 1 คน แต่แบ่งใส่สองชาม ซึ่งขนมที่ต้องถูกแบ่งใส่เป็นสองชามนั้นราวกับว่าเป็น เมะโอโตะ(คู่สามีภรรยา) ต่อมาได้กลายเป็นเมนูที่มีชื่อเสียงและเป็นที่มาของชื่อขนมที่ว่า「เมะโอโตะเซนไซ」นั่นเอง

             และในนิยาย「เมะโอโตะเซนไซ」ยังมีบทสนทนาแบบนี้จาก「ริวคิจิ」และ「โชโกะ」ซึ่งเป็นคู่สามีภรรยาตัวเอกของนิยายอีกด้วย

             ริวคิจิ:แทนที่จะทำให้เป็นชามใหญ่ชามเดียว สู้แบ่งออกเป็นสองชาม จะทำให้ดูแล้วรู้สึกว่ามีจำนวนเยอะกว่า
             โชโกะ:หมายความว่าคู่สามีภรรยาย่อมดีกว่าอยู่ตัวคนเดียวหัวเดียวกระเทียมลีบใช่ไหมหละ

             เป็นการสนทนาโต้ตอบแบบพื้นๆโดยไม่ต้องวางมาด สมกับเป็นถิ่นโอซาก้าจริงๆ

ทานขนมสำหรับหนึ่งคนด้วยตัวคนเดียว(=ทานสองถ้วย)เพื่อความสมหวังในเรื่องความรักและความปรองดองในครอบครัว



             แป้งขาวเหนียวลูกกลมๆลอยแยกกันอยู่ในชามสองใบ ช่วยแสดงให้เห็นถึงความสนิทสนมกลมเกลียวกันอีกด้วย

             กลิ่นหอมหวลของถั่วแดงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวาน คือรสชาติดั้งเดิมของเซนไซที่มีมาตั้งแต่ในอดีต จะทานพร้อมกับชาหรือชิโอะคอมบุที่เตรียมไว้สำหรับล้างปากก็เข้ากันได้อย่างลงตัว เป็นปริมาณที่ลงตัวทานได้อย่างพอเหมาะทั้งสองถ้วย

             แต่ว่ากันว่าวิธีทานที่ถูกต้องคือ「ทานขนมสำหรับหนึ่งคนด้วยคนเดียว(=ทานสองถ้วย)」เพราะถ้าทานโดย「ขนมสำหรับหนึ่งคนแต่แบ่งทานสองคน」กล่าวกันว่าจะไม่เป็นสิริมงคล และสำหรับคู่รักหรือคู่สามีภรรยาถ้าทานขนมสำหรับหนึ่งคน(สองถ้วย)ด้วยตัวคนเดียวทั้งสองคนจะทำให้สมหวังในเรื่องความรักและประสบกับความปรองดองในครอบครัวอีกด้วย

             วัดโฮเซ็นจิเปิดให้เข้าชมถึง 4 ทุ่ม หากเพื่อนๆคนไหนมีโอกาสมาเที่ยวแถวนี้อย่าลืมแวะมาเดินเล่นที่วัดโฮเซ็นจิในตอนกลางคืน รวมถึงลองชิมขนมเมะโอโตะเซนไซด้วยนะเพื่อความรักที่แน่นแฟ้นยั่งยืนยังไงหละ

ข้อมูลติดต่อวัดโฮเซ็นจิ


ที่อยู่:Osaka Osaka-shi Chuo-Ku Namba1-2-16
สถานีที่อยู่ใกล้:รถไฟใต้ดิน สถานีนัมบะ สายมิโดซุจิ
การเดินทาง:จากทางออกหมายเลข 14 เดินต่อ 5
นาทีมาตามถนนที่อยู่ระหว่าง「namBa HIPS」และ「Family Mart」
โทรศัพท์:06-6211-4152
โฮมเพจ:http://houzenji.jp/

ข้อมูลติดต่อเมะโอโตะเซนไซ


ที่อยู่:Osaka-shi Chuo-Ku Namba1-2-10
เวลาทำการ :10:00〜22:00 น.
วันหยุด:ไม่มี
บริการ Wi-Fi:ไม่ทราบแน่ชัด
ชนิดและบริการรับบัตรเครดิตการ์ด:ไม่ทราบแน่ชัด
รองรับภาษา:จีน เกาหลี อังกฤษ(แสดงในเมนู)
เมนูภาษาอื่น:ไม่ทราบแน่ชัด
สถานีที่อยู่ใกล้:รถไฟใต้ดิน สถานีนัมบะ สายมิโดซุจิ
การเดินทาง:จากทางออกหมายเลข 14 เดินต่อ 5 นาที อยู่ติดกับวัดโฮเซ็นจิ
ช่วงราคา:เมะโอโตะเซนไซ 800 เยน
โทรศัพท์:06-6211-6455

ชินไซบาชิ แหล่งช้อปปิ้งใจกลางโอซาก้า (Shinsaibashi, Osaka)

ชินไซบาชิ แหล่งช้อปปิ้งใจกลางโอซาก้า (Shinsaibashi, Osaka)

(ขออนุญาตนำบทความจากเว็บไซต์ Matcha-JP.com มาให้ความรู้นะครับ)

             อยากช้อปปิ้งในโอซาก้า ต้องไปที่ย่านร้านค้าชินไซบาชิซุจิ! ย่านช้อปปิ้งขนาดมหึมาระยะทางกว่า 600 เมตร เต็มไปด้วยร้านขายยา ร้านเครื่องสำอาง ร้านขายเสื้อผ้าและร้านอาหาร บทความนี้จะพาไปดูร้านแนะนำต่างๆ แยกตามประเภท และวิธีการเดินทางกัน

ย่านร้านค้า ชินไซบาชิซุจิโชเท็นไก



             ชินไซบาชิ (Shinsaibashi) ตั้งอยู่ใกล้กับนัมบะและโดทงโบริ จุดท่องเที่ยวยอดนิยมในโอซาก้า ที่นี่มี ย่านร้านค้า ชินไซบาชิซุจิ (Shinsaibashsuji Shotengai) แหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของโอซาก้าด้วยค่ะ

             ย่านร้านค้าชินไซบาชิซุจิมีระยะทางทั้งหมด 600 เมตร หากรวมย่านร้านค้าอื่นๆ ที่อยู่หัวและท้ายด้วยก็จะกลายเป็นย่านร้านค้าที่มีความยาวราว 2 กิโลเมตรเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นร้านขายยา ร้านขายเครื่องสำอาง ร้านปลอดภาษี (Duty Free) ร้าน 100 เยน ร้านคาแรคเตอร์ต่างๆ ไปจนถึงร้านอาหารและคาเฟ่มากมายก็รวมตัวกันอยู่ที่นี่ เรียกได้ว่ามีทุกอย่างที่อยากได้จริงๆ

             ในบทความนี้ เราจะขอแนะนำว่าในย่านร้านค้าชินไซบาชิซุจิมีร้านอะไรบ้างโดยแบ่งตามประเภท และในช่วงท้ายของบทความ จะแนะนำวิธีการเดินทางด้วย

ย่านร้านค้าเริ่มจากตรงไหน?


心斎橋


             ย่านร้านค้าชินไซบาชิซุจิมีจุดเริ่มต้นที่สะพานเอบิสึ ที่อยู่ตรงกลางโดทงโบริค่ะ ตรงข้ามกับจุดถ่ายรูปยอดฮิตป้ายกูลิโกะ (รูปคนชูแขน)

心斎橋

             ป้ายใหญ่ที่เห็นนี่คือทางเข้าย่านร้านค้าชินไซบาชิซุจิ เราจะเริ่มต้นเดินเข้าไปในย่านร้านค้าชินไซบาชิซุจิจากตรงนี้กัน

ร้านขายยาและเครื่องสำอาง

心斎橋

             สิ่งที่เรามักจะสะดุดตามากที่สุดในย่านร้านค้าก็คือร้านขายยา ในย่านร้านค้าชินไซบาชิซุจิมีร้านขายยาเปิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆ จนบางทีแทบจะเปิดติดเรียงกันทีเดียวหลายร้านเลยก็มี

心斎橋

             บริเวณทางเข้าย่านร้านค้าชินไซบาชิซุจิ ด้านซ้ายเป็นร้าน Matsumoto Kiyoshi ส่วนด้านขวาเป็นร้าน Daikoku Drug

             แน่นอนว่านอกจากร้านเหล่านี้ ยังมีร้านขนาดใหญ่ที่เป็นแฟรนไชส์มาเปิด เช่น Sun Drug, Kokumin, Tsuruha Drug และอื่นๆ อีกมากมาย เดินแป๊บๆ เดี๋ยวก็เจออีกเรื่อยๆ มีหลายร้านที่พนักงานพูดได้หลายภาษา เราจึงเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งได้หายห่วงเลย

             Matsumoto Kiyoshi สาขา Shinsaibashi (สาขาทางเข้าโชเท็นไก)

LUSH

             แบรนด์เครื่องสำอางแฮนด์เมด LUSH สาขาชินไซบาชิ (ในรูป) เป็นร้านยอดฮิตที่มียอดขายระดับท็อปคลาสของโลก ในปี 2018 ได้เปิด "สาขาชินไซบาชิ 2" ซึ่งเป็นสาขาที่ 2 ภายในย่านร้านค้าเดียวกัน สินค้าดีไซน์สไตล์ญี่ปุ่นขายดีมาก

Duty Free Shop

LAOX

心斎橋

             ใน LAOX (ลาอ๊อกซ์) ร้านปลอดภาษี สามารถหาซื้อสินค้าหลายชนิดที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่นในราคาปลอดภาษีได้ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า งานฝีมือพื้นบ้าน นาฬิกา เครื่องเพชร เครื่องสำอาง และสินค้าอาหารต่างๆ

心斎橋

             บริเวณรอบๆ ชินไซบาชิและนัมบะมีสาขาทั้งหมด 4 แห่ง LAOX สาขาไดมารุชินไซบาชิ เป็นร้านขนาดใหญ่ที่จำหน่ายเครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้าและของใช้จิปาถะ บนชั้น 6 ของอาคารที่อยู่ทิศใต้ในห้างสรรพสินค้าไดมารุ ที่นี่มีพนักงานชาวต่างชาติประจำการ แล้วยังมี Tourist Information ที่ชั้น 2 ของห้างด้วย

ร้าน 100 เยน


心斎橋

             จะเป็นของฝาก ของใช้ในชีวิตประจำวัน ของกิน ไม่ว่าอะไรก็หาซื้อได้ที่ร้าน 100 เยน นี่คือ Daiso (ไดโซ) ร้าน 100 เยนขนาดใหญ่ค่ะ ภายในพื้นที่ขนาดใหญ่ของร้านที่มีความกว้างกว่า 1,000 ตารางเมตร กินพื้นที่ชั้น 1-3 มีสินค้าหลากหลายชนิดตั้งแต่ของใช้จิปาถะไปจนถึงของกินตั้งอยู่เรียงราย

             ร้าน 100 เยนอื่นๆ ในย่านร้านค้าชินไซบาชิซุจิก็มี Can☆Do กับ Seria ด้วย

3COINS

心斎橋

             ร้านนี้ไม่ใช่ร้าน 100 เยนแต่ก็มีสินค้าราคาถูกมากมายในราคาตามชื่อร้าน 3COINS นั่นก็คือจำหน่ายสินค้าในราคาเหรียญ 100 เยน 3 เหรียญ หรือ 300 เยนนั่นเอง สินค้าในร้านมีมากมาย เช่น ของใช้ในชีวิตประจำวัน ของใช้ในครัว ห้องอาบน้ำ ของตกแต่งภายใน ถุงเท้า และเครื่องประดับต่างๆ จึงเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ มาก

             ใน 3COINS +plus ในย่านร้านค้าชินไซบาชิซุจิ มีจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็กด้วย

Disney Store

心斎橋

             ในย่านร้านค้าชินไซบาชิซุจิมีร้านจำหน่ายสินค้าทางการของเหล่าการ์ตูนและคาแรคเตอร์ยอดนิยมด้วย!

             ใน Disney Store มีสินค้าดิสนีย์เต็มร้านเลย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแฟชั่น ของจิปาถะ ของเล่น เครื่องเขียน และอื่นๆ ภายในร้านคลอไปด้วยเสียงเพลงดิสนีย์ ไปด่ำดิ่งในโลกแห่งจินตนาการกันเถอะ!

Sanrio Gallery


心斎橋

             Sanrio Gallery ร้านทางการที่ขายสินค้าของซานริโอ เช่น Hello Kitty, My Melody

             ตั้งแต่ชั้น 1-3 เต็มไปด้วยสินค้าซานริโอเพียบ! สินค้าลิมิเต็ดที่หาซื้อได้เฉพาะที่นี่ และสินค้าหายากก็มีให้เลือกเต็มไปหมดเลย

แฟชั่น


心斎橋

             ในย่านร้านค้าชินไซบาชิซุจิมีร้านขายเสื้อผ้า ตั้งแต่เสื้อผ้าแฟชั่นอย่าง Uniqlo, H&M ไปจนถึงร้านเล็กๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวหลายร้าน มีหลายร้านที่กำลัง SALE อยู่ ถ้าเจอตัวไหนถูกใจก็เข้าร้านไปจัดกันเลย

             อีกทั้ง ในมิโดซุจิ (Midosuji) ถนนใหญ่ที่อยู่ถัดไปอีก 1 ซอยข้างๆ ย่านร้านค้าชินไซบาชิซุจิ ก็มีร้านแบรนด์เนมระดับไฮคลาส เช่น Chanel, Cartier ตั้งอยู่ด้วย

Onitsuka Tiger

心斎橋

             แบรนด์รองเท้าสนีกเกอร์ยอดนิยม Onitsuka Tiger ก็มี!
             สาขานี้เป็นสาขาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแถบคันไซ นอกจากรองเท้ารุ่นทั่วไป ก็ยังมีไอเท็มอื่นๆ อย่างเสื้อผ้าและสินค้าชิ้นเล็กๆ จำหน่ายอีกด้วย และในปี 2018 ก็เพิ่งเปิดสาขาใหม่ที่นัมบะ เดินไปแค่ประมาณ 10 นาทีก็ถึง

ร้านอาหาร & คาเฟ่

โซบะ

心斎橋

心斎橋

             ในย้านร้านค้ามีร้านอาหารเยอะมาก ที่นี่คือ Soba Yoshi (โซบะโยชิ) ร้านขายโซบะ เมนูยอดนิยมเป็นเมนูที่ใส่ใจกับสุขภาพ เช่น โกมะคิริโซบะที่มีงา หรือดัตตังโซบะ ที่มีส่วนผสมของรูติน หนึ่งในโพลีฟีนอลที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ

             แม้ชินไซบาชิจะเป็นย่านที่คึกคัก แต่เราก็สามารถลิ้มรสโซบะได้ในบรรยากาศเงียบสงบที่นี่

คุชิคัตสึ


心斎橋
             แน่นอนว่าเราจะได้ลิ้มลองคุชิคัตสึของขึ้นชื่อโอซาก้าด้วย เครื่องสารพัดแบบเสียบไม้ทอดกรอบๆ จิ้มซอสรสเข้มข้น เป็นหนึ่งเมนูที่ไปโอซาก้าแล้วต้องลองค่ะ

             Kushikatsu Daruma เป็นร้านที่ขายคุชิคัตสึโดยเฉพาะ มีสาขาใหญ่อยู่ในชินเซไก เราจะได้เพลิดเพลินกับคุชิคัตสึที่ทำจากหลากหลายวัตถุดิบ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู มันฝรั่ง เห็ดชิตาเกะ ไปจนถึงปลากับชีสด้วย

ไคเท็นซูชิ ซูชิสายพาน

心斎橋

             Genroku Sushi เป็นต้นกำเนิดของร้านไคเท็นซูชิ (ซูชิหมุน, ซูชิสายพาน) ค่ะ เราจะได้ทานซูชิหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่หน้ามาตรฐานทั่วไปอย่างมากุโระ ปลาเนื้อขาว ซูชิแฮมดิบ และสลัดมากิ เป็นต้น เริ่มต้นที่จานละ 125 เยน (ไม่รวมภาษี)

心斎橋

             Genroku Sushi สาขา Dotonbori ที่อยู่ในโดทงโบริ ขึ้นชื่อด้วยป้ายขนาดยักษ์ที่เป็นมือกำลังจับซูชิอยู่!

ร้านกินดื่ม อิซากายะ

心斎橋

             Isomaru Suisan (อิโซมารุ ซุยซัน) เป็นแฟรนไชส์ร้านกินดื่มอิซากายะที่มีสาขาทั่วประเทศ แล้วก็เปิดตลอด 24 ชั่วโมงด้วย! ที่นี่มีอาหารให้บริการครบครัน เช่น ไข่ปูย่าง หอยย่าง ซาชิมิ และอาหารจานเดียว เราสามารถเพลิดเพลินกับอาหารได้เต็มที่ไม่ต้องห่วงเรื่องเวลาเลย

ร้านกาแฟ

心斎橋

             เมื่อเดินเข้าไปในย่านร้านค้า เราจะได้พบกับคาเฟ่เก๋ๆ น่าแวะเต็มไปหมด ในรูปคือ GREEN BAR อยู่ในมุมหนึ่งของ SENSE OF PLACE ร้านฟาสต์แฟชั่น

             มีเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพให้เลือก เช่น กรีนสมูธตี้ที่ใส่โคะมัตสึนะ แอปเปิ้ล และกล้วย (ราคารวมภาษี 480 เยน)

ของฝาก

心斎橋

心斎橋

             ของฝากสไตล์ญี่ปุ่นหาซื้อได้ที่ร้าน Nakao Shoten (นากาโอะโชเท็น) ร้านขายหนังสือเก่าที่มีหนังสือประวัติศาสตร์และอื่นๆ วางจำหน่าย หน้าร้านมีจิตรกรรมต่างๆ เช่น ภาพอุคิโยะเอะวางขาย เราสามารถหาซื้อภาพอุคิโยะเอะที่มีชื่อเสียง เช่น Sharaku ได้ในราคาย่อมเยา เริ่มต้นที่ 700 เยน (รวมภาษี)

             ถ้าอยากซื้อของกิน เช่น ของหวาน เป็นของฝาก ในย่ายร้านค้าก็มีร้านขนมญี่ปุ่นหลายร้านเลย หรือไม่ก็ไปที่โซนขายอาหารที่ชั้นใต้ดินของห้างไดมารุ

สถานที่ที่อยู่รอบๆ ย่านร้านค้า

โดทงโบริ

心斎橋

心斎橋

             ชินไซบาชิจริงๆ แล้วอยู่ติดกับกับโดทงโบริเลยค่ะ โดทงโบริมีร้านอาหารมากมายที่มาพร้อมป้ายหน้าร้านขนาดยักษ์ดึงดูดสายตา มีอาหารขึ้นชื่อของโอซาก้าอย่างทาโกะยากิและโอโคโนมิยากิให้เลือกกันจนตาลายเลย

นัมบะ

心斎橋

             สถานีนัมบะ ศูนย์รวมของรถหลายสายก็อยู่ไม่ไกล จากทางเข้าย่านร้านค้าชินไซบาชิซุจิไปจนถึงสถานีนันไคนัมบะใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาที